กำแพงเมืองเก่า จังหวัดน่าน

wallnan-10

เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกถึงความมั่นคงของรัฐเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในลุ่มแม่น้ำน่านที่สามารถปกครองตนเองได้ แม้ต้องยอมอ่อนน้อมต่อหัวเมืองอื่นหลายครั้ง แต่เมืองน่านก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนไว้ได้เป็นอย่างดี “กำแพงเมืองน่าน” สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยเจ้างัวผาสุม เมื่อ พ.ศ.1969 ต่อมา พ.ศ.2060 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่แม่น้ำน่านเปลี่ยนเส้นทางเจ้าสุมนเทวราชจึงโปรดให้ย้ายเมืองไปตั้งที่บริเวณดงพระเนตรช้าง (บ้านพระเนตรในปัจจุบัน) ต่อมาเจ้าอนันตวรฤทธิเดช จึงโปรดให้ย้ายเมืองกลับมาตำแหน่งเดิม และสร้างกำแพงขึ้นใหม่ตามแนวเดิม ตัวเมืองที่สร้างในครั้งนั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตัวกำแพงก่ออิฐถือปูน ซุ้มประตูเป็นทรงเรือนยอด ตัวประตูเป็นไม้ มีการเปิด-ปิดตลอดเวลา โดยมีนายประตูเป็นผู้รักษาอาชญา และมีบทลงโทษสำหรับผู้ปีนป่ายกำแพงหรือรื้อกำแพงเมือง อาชญานี้ยกเลิกไปเมื่อครั้งเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เป็นเจ้านครน่าน

wallnan-3
กำแพงเมืองเก่าน่าน

wallnan-6

wallnan-4 wallnan-8

wallnan

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
ปรากฏหลักฐานกำแพงก่ออิฐทั้งอิฐสี่เหลี่ยมและอิฐ บัว แนวกำแพงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้านยาวทอดไปตามลำน้ำน่าน ความสูงจากระดับพื้นดินปกติซึ่งเป็นส่วนฐานของกำแพงถึงพื้นเชิงเทิน สูงประมาณ 3.80เมตร กำแพงกว้างประมาณ 3.50 เมตร เชิงเทินมีขนาดกว้าง 2.20 เมตร ทอดยาวไปตลอดตามความยาวของแนวกำแพง เหนือเชิงเทินประดับด้วยกำแพงใบเสมาคาดด้วย เส้นลวด 2 ชั้น ความสูงประมาณ 1 เมตรเหนือแนวกำแพงเป็นรูปใบเสมารูปสี่เหลี่ยมตัดมุมบน 60 องศา ทั้งสองด้าน ใบเสมากว้าง 0.80 X 1.00 X1.20 เมตร ตรงมุมกำแพงทั้ง 4 ด้าน ก่อป้อมและมีปืนประจำป้อมป้อมละ 4กระบอก ที่ประตูก่อเป็นซุ้มประกอบด้วยใบทวารแข็งแรง

  • ทิศตะวันออก มีประตูชัยซึ่งเป็นประตูที่เจ้าผู้ครองนครและเจ้านายฝ่ายในใช้ในการเสด็จ ล่องชลมารคสู่พระนครรัตนโกสินทร์ และประตูน้ำเข้มซึ่งคงเป็นประตูท่าน้ำ สำหรับการใช้ติดต่อค้าขายและเข้าออกสู่แม่น้ำน่านของประชาชนทั่วไป ต่อมาในสมัยเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้านครน่านองค์สุดท้ายได้โปรดให้รื้อแนวกำแพงด้านตะวันออก เพื่อนำอิฐบางส่วนไปสร้างเป็นสะพานกรุงศรีทอดข้ามแม่น้ำน่านเก่า (คลองหลวง)ในปี พ.ศ. 2473 และได้มีการตัดถนนสุมนเทวราชขึ้นไปตามแนวของกำแพงเมืองด้านตะวันออกนี้ใน สมัยต่อมา
  • ทิศเหนือ ประกอบด้วยประตูริมหรือประตูอุญญาณ ในแต่เดิมนั้นคงมีเพียงประตูเดียวต่อมาใน พ.ศ.2450 ได้มีการเจาะช่องประตูเพิ่มขึ้นอีก 1 ช่อง คือประตูอมร อยู่ใกล้ตำแหน่งสี่แยกอมรศรี เพื่อให้พระยาอมรฤทธิดำรงข้าหลวงประจำเมืองในสมัยนั้นเดินเข้า-ออก
  • ทิศตะวันตก มีประตูปล่องน้ำ ซึ่งเป็นประตูที่ใช้ในการระบายน้ำจากบริเวณภายในตัวเมืองด้านเหนือซึ่งเป็นที่ลุ่มน้ำ ออกสู่คูเมืองด้านนอก ประตูดังกล่าวนี้ตั้งอยู่ในบริเวณถนนมหาวงศ์ตรงจุดที่ปรากฏซากกำแพง ซึ่งเหลืออยู่ในปัจจุบันเพียง 50 เมตร เท่านั้น
  • ทิศใต้ มีประตูเชียงใหม่และประตูท่าลี่สำหรับให้ราษฎรที่อยู่ในเมืองและนอกเมืองไปมาหาสู่กันได้

ในปัจจุบัน กำแพงเมืองน่านที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์มีความยาวเพียง 25 เมตร และสูง 5 เมตร เท่านั้นเป็นแนวกำแพงด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือ บริเวณถนนมหาวงศ์เชื่อมต่อกับถนนอนันตวรฤทธิเดชกรมศิลปากรได้บูรณะ ปฏิสังขรณ์แนวกำแพงดังกล่าวและส่วนที่ชำรุดทรุดโทรมได้ทั้งสิ้น 415 เมตร เมื่อพ.ศ.2536 และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 61 ตอนที่64 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2537

wallnan-1

wallnan-12
สามแยกประตูปล่องน้ำ บริเวณกำแพงด้านทิศตะวันตก

ที่ตั้งและการเดินทาง

  • เดินทางมาตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ถึงสี่แยกวัดศรีพันต้น เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุริยพงษ์ ก่อนเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1091 (ไปจังหวัดพะเยา) เลี้ยวขวาไปตามถนนรอบเมืองด้านตะวันตกผ่านวิทยาลัยเทคนิคน่าน อีกประมาณ 100เมตร จะถึงบริเวณกำแพงเมืองน่าน ส่วนที่ยังคงสภาพสมบูรณ์

แผนที่

กำแพงเมืองน่าน ,เที่ยวน่าน , Print This Post


บทความที่เกี่ยวข้อง ใกล้เคียงกัน

Comment


Bangkok-Guide Contact Bangkok-Guide

© กำแพงเมืองเก่า จังหวัดน่าน 2012 Bangkok Guide Reviews RSS