พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช-กวีสำคัญในสมัยรัชกาลที่1

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่  20  มีนาคม  พ.ศ. 2279  ทรงเป็นพระโอรสใน  สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก  (ทองดี)  และพระมารดาดาวเรือง  หรือ  หยก
ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี  ทรงรับราชการในตำแหน่ง  พระยาอภัยรณฤทธิ์  พระยายมราช  เจ้าพระยาจักรี  และ  สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ตามลำดับ
เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติตามคำกราบบังคมทูลเชิญของบรรดาเหล่าข้าราชการและอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงเมื่อวันที่  6  เมษายน  พ.ศ. 2325  ขณะมีพระชนมายุ  45  พรรษา  ทรงกระทำพระราชพิธีปราบดาภิเษกเถลิงถวัลย์ราชสมบัติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่  10  มิถุนายน  พ.ศ. 2325  เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่  7  กันยายน  พ.ศ. 2352  สิริพระชนมพรรษา  73  พรรษา  เสด็จดำรงราชสมบัติอยู่  28  ปี  ทรงพระปรีชาสามารถทั้งในด้านการรบ  การเมือง  การปกครอง  การต่างประเทศ  และงานวรรณกรรม  ในรัชกาลของพระองค์ถือเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูวรรณกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ได้แก่
1.     เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง ทรงพระราชนิพนธ์เป็นกลอนเพลงยาวในลักษณะนิราศ  ขณะเสด็จกรีธาทัพไปรบพม่าที่ท่าดินแดง  แขวงเมืองกาญจนบุรี  เมื่อปี  พ.ศ. 2329  เพื่อบันทึกเหตุการณ์  และเพื่อเป็นตัวอย่างการแต่งคำประพันธ์สำหรับบุคคลอื่น ๆ  เป็นเหตุให้มีผลงานของเหล่านักปราชญ์ราชกวีปรากฏในแผ่นดินมากมาย
เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง  เป็นนิราศเรื่องแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ที่แต่งด้วยกลอนเพลงยาว  จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  นิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง มีบทคร่ำครวญถึงคนรักที่จากมา ตามลักษณะนิราศ  เมื่อผ่านสถานที่ต่าง ๆ  ก็นำชื่อมาโยงเข้าสู่เรื่องความรักความอาลัยที่มีต่อคนรักได้อย่างกลมกลืน  มีบทชมธรรมชาติ  และพระราชปณิธาน  กล่าวถึงการเดินทางโดยเสด็จทางน้ำ  (ชลมารค)  ผ่านคลองด่านสาครบุรี  สมุทรสงคราม  บางกุ้ง  ราชบุรี  ฯลฯ  จนถึงไทรโยค  จากนั้นจึงเป็นการเสด็จทางบก  (สถลมารค)  ถึงแขวงเมืองกาญจนบุรี  โจมตีค่ายพม่าที่ท่าดินแดงและสามสบ  รวมเป็นระยะเวลา  3  วัน  พม่าแตกหนีไป  ฝ่ายไทยได้รับชัยชนะและยกทัพกลับกรุงเทพฯ  เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญชิ้นหนึ่ง
พระราชปณิธานในการปกครองบ้านเมืองของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลาย  ได้แก่
ตั้งใจจะอุถัมภก
ยอยกพระพุทธศาสนา
จะป้องกันขอบขัณฑสีมา
รักษาประชาชนแลมนตรี

2.    บทละครเรื่องรามเกียรติ์ ทรงพระราชนิพนธ์ร่วมกับนักปราชญ์ราชกวีในราชสำนักเมื่อวันจันทร์  เดือนอ้าย  จ.ศ. 1159  นพศก  ตรงกับ  พ.ศ. 2340  เพื่อรวบรวมเรื่องรามเกียรติ์ให้สมบูรณ์และเพื่อใช้เป็นละครใน  เค้าโครงมาจากเรื่องรามายณะวรรณคดีสำคัญของอินเดีย  ลักษณะเป็นกลอนบทละคร  บทต้นเป็นร่ายดั้น  บทท้ายเป็นโคลงสี่สุภาพ  เริ่มตั้งแต่ตอนแรกของเรื่องคือ  หิรันตยักษ์ม้วนแผ่นดิน  พระนารายณ์ปราบนนทุก  พระนารายณ์อวตาร  แบ่งภาคมาเกิดเป็นมนุษย์ปราบยุคเข็ญ  กำเนิดตัวละครต่าง ๆ  การสร้างเมืองสงครามระหว่างพระรามและทศกัณฐ์  ท้าวมาลีวราชทรงว่าความ  พระรามประหารทศกัณฐ์  พระรามและนางสีดาครองเมืองอยุธยา  จนถึงภาคลูกคือพระมงกุฎและพระลบ  ฯลฯ  ได้รับยกย่องว่าเป็นฉบับที่เก็บความได้ละเอียดและสมบูรณ์ที่สุด  และมีข้อความไพเราะหลายตอน  เป็นฉบับที่เหมาะแก่การอ่านเพื่อความเพลิดเพลินในแง่ของวรรณคดีมากกว่าการใช้เล่นละคร  เนื่องจากมีความยาวเพราะต้องการจะเก็บเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์ดังกล่าวมาแล้ว  มีคุณค่าในด้านภาษา  วรรณกรรม  วัฒนธรรมประเพณี  คติ  ความเชื่อ  การดำเนินชีวิต  สังคม  และประวัติศาสตร์
3.    บทละครเรื่องอุณรุท เนื้อเรื่องเหมือนกับอนิรุทธ์คำฉันท์ของศรีปราชญ์  (ซึ่งสูญหายไปเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา)  ผิดกันแต่ชื่อตัวละคร  เป็นเนื้อเรื่องอวตารปางหนึ่งของพระนารายณ์ที่เรียกว่า  ปางกฤษณาอวตาร  พระบทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่ในลักษณะกลอนบทละคร  เพื่อมิให้วรรณคดีเรื่องนี้สูญหายไป  และใช้สำหรับเล่นละครใน  มีสำนวนโวหารไพเราะ  การพรรณนาดีเด่น  ทำให้เกิดจินตภาพเพียบพร้อมไปด้วยความงามและรสวรรณคดี
4.    ดาหลัง หรือ  อิเหนาใหญ่ ทรงพระราชนิพนธ์ในลักษณะกลอนบทละคร  จากเค้าเรื่องเดิมของพระนิพนธ์เจ้าฟ้ากุณฑล  พระราชบิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ  แห่งกรุงศรีอยุธยา  เพื่อรักษาของเก่าให้คงอยู่ต่อไป  และเพื่อใช้เล่นละครใน
5.    บทละครเรื่องอิเหนา หรือ  อิเหนาเล็ก  ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่  ในลักษณะกลอนบทละคร  จากเค้าเรื่องเดิมของพระนิพนธ์เจ้าฟ้ามงกุฎพระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ  แห่งกรุงศรีอยุธยา  เพื่อรักษาของเก่าให้คงอยู่ต่อไป  และเพื่อใช้เล่นละครใน
งานวรรณคดีที่ทรงให้เหล่าอาลักษณ์  นักปราชญ์ราชกวี  แต่ง  รวบรวม  และแก้ไขปรับปรุง  ได้แก่
6.    นิทานอิหร่านราชธรรม  ในปี  พ.ศ. 2325  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้อาลักษณ์แต่งเป็นร้อยแก้ว  จากเค้าโครงเดิมซึ่งเป็นนิทานเปอร์เซีย  ซึ่งมีอยู่ในหอสมุดหลวงครั้งกรุงเก่า  เพื่อใช้สอบสวนราชธรรม  เป็นหนังสือเกี่ยวกับราชธรรมของพระราชาซึ่งเข้ากับหลักธรรมทางพุทธศาสนาได้อย่างดี  นับว่ามีความสำคัญต่อการปกครองประเทศในสมัยนั้น  เนื้อหาเป็นนิทานมีทั้งหมด  12  เรื่อง
7.     กฎหมายตราสามดวง เป็นหนังสือ  3  ชุด  ชุดละหลายเล่มสมุดไทย  มีลูกขุน  อาลักษณ์ราชบัณฑิตไม่ปรากฏนาม  ช่วยกันทำหลายท่านเป็นหนังสือที่มีคุณค่าทั้งในด้านต่าง ๆ  อาทิ
คุณค่าทางด้านอักษรศาสตร์  แต่งเป็นร้อยแก้ว  มีบาลีแทรกในตอนต้น  และมีภาษาโบราณแทรกในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ  ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำภาษา  บางตอนใช้ภาษาไพเราะ  จัดเป็นวรรณคดีในยุคต้นเล่มหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์
เนื้อหาตอนแรก  กล่าวถึงพระมนุสาราจารย์ฤๅษีไปพบคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ที่จารึกไว้  ณ  กำแพงจักรวาล  จึงอ่านและท่องจำไว้แล้วนำมาสั่งสอนพระเจ้าสมมุติราชซึ่งทรงใช้ในการปกครองบ้านเมือง  เนื้อหาตอนที่สอง  กล่าวถึงตัวพระธรรมศาสตร์ซึ่งมีทั้งหมด  28  เรื่อง
คุณค่าทางด้านโบราณคดีและวัฒนธรรมประเพณี  ให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีต่าง ๆ  ในสมัยโบราณ  เช่น  พระราชพิธีขอฝน  พระราชพิธีจรดพระนังคัล  พระราชพิธีจองเปรียง  เป็นต้น
คุณค่าทางนิติศาสตร์  ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักและวิธีพิจารณาคดีของไทยในสมัยโบราณ
คุณค่าทางด้านสังคมศาสตร์  ใช้เป็นกฎหมายในการปกครองและสร้างระเบียบของสังคม
คุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์  เป็นหลักฐานแสดงวิวัฒนาการทางด้านกฎหมาย  การปกครอง  การชำระสะสางกฎหมายในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีสูญหายไปมากเมื่อคราวเสียกรุง  ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  มีผู้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเปลี่ยนแปลงแก้ไขจนคลาดเคลื่อนไป  จึงมีการชำระใหม่ให้ถูกต้องเที่ยงธรรม

8.    การรวบรวมพงศาวดาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิต  เพื่อชำระพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี  พ.ศ. 2338  และในปี  พ.ศ. 2350  ทรงให้สมเด็จเจ้าฟ้า  กรมหลวงอิศรสุนทร  เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล  (วังหน้า)  หรือต่อมาคือ  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  จัดชำระพงศาวดารเหนือ  ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงอิศรสุนทรรับสั่งให้พระวิเชียรปรีชา  (น้อย)  เจ้ากรมราชบัณฑิตเรียบเรียงพงศาวดารเหนือขึ้นในครั้งนั้นด้วย
พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้  เจ้าพระยาพิพิธชัย  และคณะนักปราชญ์ราชบัณฑิต  ทำการรวบรวมพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาและชำระให้ถูกต้องแล้วตั้งชื่อตามชื่อของผู้เก็บรักษาไว้ว่า  พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ  เพื่อบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมืองตั้งแต่ต้นจนถึงการเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ

กฎหมายตราสามดวง ,กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ,กวีสำคัญในสมัยรัชกาลที่1 ,การเสด็จทางน้ำ(ชลมารค) ,การเสด็จทางบก(สถลมารค) ,นิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง ,บทละครเรื่องอุณรุท , Print This Post








Bangkok-Guide Contact Bangkok-Guide

© พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช-กวีสำคัญในสมัยรัชกาลที่1 2013 Bangkok Guide Reviews RSS