อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี
by BKK-Guide under อุทยานแห่งชาติ
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,497 ตารางกิโลเมตร หรือ 935,625 ไร่ ครอบคลุมท้องที่อำเภอสังขละบุรีและอำเภอทองผาภูมิ มีสภาพป่าที่สมบูรณ์โดยรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม ประกอบด้วยสัตว์ป่านานาชนิด สถานที่สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวศึกษาหาความรู้ และเป็นอุทยานแห่งชาติ 1 ใน 5 แห่ง ของโครงการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ เพื่อการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม 2530


เวิ้งน้ำอันเงียบสงบของหน่วย ป้อมปี่ ในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาตะนาวศรีที่มีเทือกเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวตามแนวเหนือใต้ มีความสูงประมาณ 100-1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นหินปูน หินทราย และหินดินดาน ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ เขาใหญ่ มีความสูงประมาณ 1,767 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสภาพที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนก่อให้เกิดลำน้ำที่สำคัญหลายสายที่ไหลลงสู่ แม่น้ำแควน้อยและอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ(เขื่อนเขาแหลม) ได้แก่ แม่น้ำรันตี ห้วยป้อมปี่ใน แม่น้ำบิคี่ใหญ่ ห้วยองค์พระ ห้วยเกรียงไกร ห้วยปิล๊อก ห้วยประจำไม้ ห้วยลึก ห้วยน้ำซับ ห้วยแก่งคะยือ ห้วยป่าตอง ห้วยซองกะเลีย ห้วยติพิ ห้วยทิม่องทะ ห้วยวังขยาย ห้วยช่องแคบ ห้วยท่ามะเดื่อ ห้วยน้ำมุด ห้วยเกริงกะเวีย เป็นต้น ส่วนที่เป็นพื้นน้ำของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเขาแหลมซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยได้สร้างขึ้นในปี 2522 และได้กักเก็บน้ำเป็นครั้งแรกในปี 2527 โดยกกเก็บน้ำในระดับปกติ 155 เมตร และสูงสุด 160.5 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง คิดเป็นพื้นที่ผิวน้ำ ประมาณ 388 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 25.92 ของพื้นที่ในอุทยาน
ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศอยู่ในเขตโซนร้อนที่มีอิทธิพลของลมตะวันออกเฉียงใต้ และลมจากทะเลอันดามัน แบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม จะมีฝนตกชุกในเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ปริมาณฝนรายปีเฉลี่ยจะอยู่ในช่วงประมาณ 1,600-2,200 มิลลิเมตร โดยมีปริมาณฝนมากที่สุดในบริเวณด้านเหนือสุดของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 14 องศาเซลเซียส ในเดือนธันวาคม ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม-กลางเดือนพฤษภาคม มีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 37-38 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนเมษายน
พรรณไม้และสัตว์ป่า
สภาพโดยทั่วไปของป่าบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลม มีสภาพเป็นป่าเบญจพรรณ มีไม้ชนิดต่างๆ ขึ้นอย่างหนาแน่น มีเรือนยอดทึบ บางบริเวณพื้นที่มีความชื้นสูง เช่น บริเวณริมลำห้วยหรือตามร่องห้วย จะมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นเป็นพิเศษ มีสภาพคล้ายป่าดงดิบ พื้นที่ป่าส่วนมากอยู่บริเวณทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของอุทยานฯ ชนิดไม้ที่พบ ได้แก่ อินทรชิต แคยอดดำ แดง สมอพิเภก สะทิบ กาสามปีก เปล้าใหญ่ ลาย หว้า ลูกดิ่ง พืชพื้นล่างได้แก่ ลูกไม้ของไม้ชั้นบน เต่าร้าง เข็มป่า ชะอม เหมือดโลด เป็นต้น นอกจากพื้นที่ป่าเบญจพรรณแล้ว ยังมีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมซึ่งจะรวมถึงพื้นที่ที่ถูกบุกรุกทำลายเปลี่ยนเป็น พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ดังกล่าวอยู่รอบๆ อ่างเก็บน้ำ ทางตะวันออกของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และบริเวณแนวเขตทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติ พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเป็นพื้นที่ที่ถูกราษฎรบุกรุกแผ้วถาง ภายหลังปล่อยทิ้งไว้ให้รกร้าง มีหญ้า ลูกไม้ต่างๆ และไผ่ขึ้นทดแทน ชนิดไม้ที่พบ เช่น เปล้าใหญ่ หว้า อุโลก คอแลน เป็นต้น สัตว์ป่าที่อาศัยร่วมกันในเขตอุทยานฯ มีไม่น้อยกว่า 268 ชนิด พบโดยทั่วไป ได้แก่ เก้ง ชะนีมือขาว อีเห็นธรรมดา นากเล็กเล็บสั้น พญากระรอกดำ กระรอกปลายหางดำ กระจ้อน ค้างคาวขอบหูขาวกลาง ค้างคาวหน้ายาวใหญ่ ค้างคาวเล็บกุด นกจาบดินอกลาย นกกะรางหัวหงอก นกเสือแมลงหัวขาว นกปรอดเหลืองหัวจุก นกปรอดคอลาย นกปรอดดำ นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ นกหัวขวานแคระจุดรูปหัวใจ เหยี่ยวแมลงปอขาแดง นกบั้งรอกแดง นกขุนแผนหัวแดง นกโพระดกคางแดง จิ้งเหลนหลากหลาย จิ้งเหลนภูเขาเกล็ดเรียบ กิ้งก่าบินปีกสีส้ม กิ้งก่าหัวแดง กิ้งก่าแก้ว ตุ๊กแกบ้าน งูสามเหลี่ยม งูลายสาบคอแดง เขียดจิก กบอ่อง กบหนอง ปาดจิ๋วลายเลอะ ปาดตีนเหลือง ปาดจิ๋วลายแถบ คางคกบ้าน อึ่งอ่างบ้าน อึ่งข้างดำ อึ่งหลังจุด และอึ่งน้ำเต้า เป็นต้น ในบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมและลำธารต่างๆ มีปลาน้ำจืดอาศัยอยู่หลากชนิด เช่น ปลาสลาด ปลาแปบ

ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม




บริเวณจุดชมวิวป้อมปี่ เป็นจุดกางเต๊นท์ที่ลงตัวอีกจุดหนึ่ง ร้านอาหาร ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำให้บริการพร้อมสรรพ

อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์
แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศ ยาวประมาณ 850 เมตร ซึ่งสร้างโดยแรงศรัทธาจากชาวมอญ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ในท้องที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
จุดชมทิวทัศน์ป้อมปี่ อยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ประมาณ 2 กิโลเมตร ลักษณะทั่วไป เป็นพื้นที่อยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถชมความงามของพระอาทิตย์ตกในยามเย็นได้อีกด้วย และมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวจำนวน 4 หลัง และจุดกางเต็นท์บนสนามหญ้าอันอ่อนนุ่ม นอกจากนี้ยังจะพบเห็นนกบางชนิด เช่น นกเงือก นกกระเต็นอกขาว เขียวก้านตองปีกฟ้า ฯลฯ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ กางเต็นท์พักแรม สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ สามารถเล่นน้ำ พายเรือ นั่งเรือชื่นชมความสวยงามของอ่างเก็บน้ำได้ การเดินทางเข้าถึง จาก จังหวัดกาญจนบุรี เดินทางตามถนนหลวงหมายเลข 323 กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ-สังขละบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 40 - 41 มีทางแยกเลี้ยวซ้าย มีป้ายบอกหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติป้อมปี่ เข้าไปอีกประมาณ 1.3 กิโลเมตร
ด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลูก่อน ถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กม. มีทางแยกขวาไปด่านเจดีย์สามองค์อีก 18 กม. ทางราดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยในสมัยโบราณก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่า ต่อมาในปี 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีของไทย ได้เป็นผู้น้ำชาวบ้านสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นี้ นอกจากนี้บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่างทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถ เข้าไปชมตลาดชายแดนในเขตพม่าได้
จุดชมทิวทัศน์ห้วยเขย่ง อยู่ด้านขวามือทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3272 สายกาญจนบุรี - ทองผาภูมิ - ปิล๊อก ตรงกิโลเมตรที่ 14 หมู่บ้านร่วมใจ หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ (อยู่เลยอำเภอทองผาภูมิไปประมาณ 14 กิโลเมตร) เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ (ห้วยเขย่ง) ทางอุทยานฯ ได้จัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์ ห้องน้ำ - ห้องสุขา ร้านค้าสวัสดิการ แพพักสำหรับผู้ที่สนใจ เหมาะแก่การพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ และชื่นชมความงดงามของอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม)
เจดีย์โบอ่อง ที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านโบอ่อง ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ลักษณะทั่วไป เป็นเจดีย์โบราณแบบพม่า สร้างบนยอดเขาหินปูนที่มีบ่อน้ำล้อมรอบเจดีย์สูง 6 เมตร ฐานกว้างประมาณ 3×3 เมตร บริเวณบ่อน้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ บริเวณวัดมีความร่มรื่น ข้อจำกัด สำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้หญิง จะมีป้ายห้ามไม่ให้ขึ้นไปชมความงามบนยอดเขาหินปูนเนื่องจากเป็นความเชื่อของ ชาวบ้านว่าจะทำให้บ่อน้ำแห้งขอดและอาจมีภัยอันตรายแก่ตัวเองได้ การเดินทางเข้าถึง จาก จ.กาญจนบุรี เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3272 กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ-ปิล๊อก จนถึงบ้านท่าแพ การเดินทางต่อไปสามารถไปทางเรือได้ทางเดียว ลงเรือที่บ้านท่าแพ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ขึ้นเรือที่บ้านโบอ่อง ฤดูกาลที่เหมาะสมในการเดินทางท่องเที่ยว เหมาะสมทุกฤดูกาล
วัดวังวิเวการาม ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอสังขละบุรีประมาณ 3 กม. มีวิหารริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอ้นงดงามและเป็นที่จำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังซึ่งประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งกระเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นเคารพนับถือจากบริเวณวัด วังก์วิเวการามไปอีก 1 กม.จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
- เมื่อมีการสร้างเขื่อนเขาแหลม เขื่อนอยู่ที่ อ.ทองผาภูมิ แต่พื้นที่กักเก็บน้ำช่วงปลายเขื่อนกินถึงสังขละบุรี ไม่เพียงไร่นามากมาย ตัวอำเภอสังขละบุรี รวมทั้งวัดวังก์วิเวการามของหลวงพ่ออุตตมะและหมู่บ้านมอญ ก็ล้วนต้องจมหายไปหมดสิ้น ชาวบ้านต้องย้ายวัดและบ้านเรือนขึ้นมาตั้งกันใหม่ที่เหนือเขื่อน ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี ในช่วงฤดูแล้งราว เดือนมีนาคม-เมษายน น้ำจะลดจนตัวโบสถ์โผล่พ้นน้ำทั้งหมด สามารถนั่งเรือชมและขึ้นไปเดินเที่ยวชมโบสถ์ได้
จุดชมวิวเขาใหญ่ เป็นยอดเขาสูงประมาณ 1,450 เมตร จากระดับน้ำทะเล เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่กางเต็นท์พักแรม เพื่อชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม และทุ่งหญ่าอันกว้างใหญ่และสวยงานยามต้องแสงอาทิตย์ทุ่งหญ้าจะกลายเป็นสีทอง อีกทั้งยังสามารถชมทัศนียภาพของและอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณและชมพระ อาทิตย์ตกได้ สถานที่แห่งนี้ห่างจากตัวที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประมาณ 10 กิโลเมตร จากถนนสายหลักจะมีทางลาดยางเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร และต้องใช้เส้นทางเดินเท้าเข้าไปอีก 5 กิโลเมตร จัดทำเป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ในรูปแบบการผจญภัย โดยจัดเป็นทริปสั้นๆใช้ระยะเวลาประมาณ 2 วัน 1 คืน
ถ้ำเกริงกะเวีย เป็นถ้ำที่อยู่ทางตอนเหนือของบ้านเกริงกะเวีย มีหินงอกหินย้อยและธารน้ำไหลผ่าน ภายในถ้ำสวยงามมาก มีความลึกประมาณ 300-400 เมตร อยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิ 40 กิโลเมตร
น้ำตกกระเต็งเจ็ง อยู่หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เดินเข้าไปยังน้ำตก 4 กิโลเมตร ทางผ่านไปท่ามกลางป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เล็ก เถาวัลย์ ระหว่างทางมีนกป่าให้ดูหลายชนิด น้ำตกกระเต็งเจ็งเป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความยาวของชั้นน้ำตกถึง 23 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ระยะทางจากชั้นแรกถึงชั้นสุดท้ายประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำตกชั้นสุดท้ายสูงประมาณ 30 เมตร เหมาะกับการเดินป่าศึกษาธรรมชาติของสภาพป่าชนิดต่างๆ เช่น ป่าไผ่ ผ่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และพืชพื้นล่างจำพวก หวาย ระกำ พืชตระกูลขิงข่า ปกคลุมอย่างหนาแน่น บางช่วงพบดงเฟินเป็นบริเวณกว้าง ระหว่างทางมีนกให้ดูหลายชนิด เช่น นกขุนแผนอกส้ม นกพญาปากกว้างลายเหลือง นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า ฯลฯ บริเวณด้านบนของน้ำตกมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม ในการเดินทางขึ้นเที่ยวชมน้ำตกจะต้องกรอกแบบฟอร์มเพื่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง ทุกครั้งเนื่องจากเส้นทางระยะไกลและค่อนข้างไม่ชัดเจน
น้ำตกเกริงกะเวีย อยู่ริมถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี กิโลเมตรที่ 32 หมู่ที่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ลักษณะทั่วไป เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูงประมาณ 5 เมตร กระแสน้ำไหลลดหลั่นกันตามหินปูนเป็นชั้นๆผ่านแนวต้นไม้อันร่มรื่นที่ปกคลุม อยู่อย่างหนาแน่น มีความสวยงามตามธรรมชาติ เหมาะแก่การเล่นน้ำและพักผ่อน การเดินทางเข้าถึง จาก จ.กาญจนบุรี เดินทางตามถนนหลวงหมายเลข 323 กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ-สังขละบุรี อยู่ติดริมถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี ห่างจาก อ.ทองผาภูมิ 32 กิโลเมตร ซึ่งน้ำตกเกริงกระเวีย อยู่ทางด้านขวามือ บริเวณใกล้น้ำตกจะมีร้านขายอาหารอยู่ 2-3 ร้านและมีลานจอดรถ ศาลาพัก สำหรับแวะรับประทานอาหารได้ การเดินทางท่องเที่ยวเหมาะสมทุกฤดูกาล
น้ำตกไดช่องถ่อง อยู่ห่างจากน้ำตกเกริงกระเวีย ประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วมีทางเดินต่อไปถึงน้ำตกอีก 500 เมตร ตั้งอยู่ในเขต หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสัง ขละบุรี เป็นน้ำตกขนาดเล็กสายเดียวกันกับน้ำตกเกริงกระเวีย สูงประมาณ 15 เมตร กระแสน้ำไหลลดหลั่นตามชั้นหินปูนเป็นชั้นๆ ผ่านแนวต้นไม้อันร่มรื่นที่ขึ้นปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ
น้ำตกทิพุเย อยู่บริเวณสำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรมพุทธโธภาวนา หมู่ที่ 3 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จากถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี ตรงกิโลเมตรที่ 26 ไปประมาณ 1 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายเดินเท้าอีก 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลผ่านภูเขาหินปูนที่สวยงาม ในสภาพป่าดิบที่มีต้นไม้หนาแน่นและมีขนาดใหญ่ มีน้ำตก 6 ชั้น น้ำตกชั้นที่สูงที่สุด สูงกว่า 30 เมตร
น้ำตกผาแตก อยู่บริเวณพื้นที่ป่าบ้านทิพุเย หมู่ 3 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลาง ที่สวยงาม มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีจำนวน 4 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 5 - 20 เมตร และเกือบทุกชั้นยังมีแอ่งน้ำสามารถเล่นน้ำได้ น้ำตกผาแตกอยู่ก่อนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม โดยจะมีถนนลาดยางเข้าไปถึงหมู่บ้านทิพุเย ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร และเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จะถึงตัวน้ำตกผาแตก ซึ่งมีทางชักลากไม้เก่า สามารถพัฒนาให้เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปจนถึงตัวน้ำตกผาแตกได้
บึงเกริงกะเวีย อยู่ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ “บึงเกริงกระเวีย” บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ที่ ปข.1 (เกริงกระเวีย) หมู่ที่ 2 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ เป็นบึงธรรมชาติขนาดเล็ก เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยของนกหลายชนิดและนกอพยพต่างถิ่นในช่วงฤดูหนาว เช่น นกเป็ดแดง นกกวัก นกอีล้ำ นกยาง ฯลฯ ส่วนบริเวณทุ่งหญ้าตามริมขอบบึงก็มีนก เช่น นกกระปูด นกจาบคา ฯลฯ บริเวณบึงได้สร้างหอดูนกไว้ นอกจากนี้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาแหลมที่ ปข. 1 (เกริงกระเวีย) ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติบึงเกริงกระเวีย สามารถเดินเที่ยวชมศึกษาธรรมชาติ ดูนก และบริเวณที่ทำการหน่วยฯ ยังสามารถประกอบกิจกรรม เช่น ดูนก เที่ยวชมน้ำตก กางเต็นท์พักแรมค้างคืนได้
อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ เป็นทะเลสาปขนาดใหญ่ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย เดิมชื่อเขื่อนเขาแหลม ทะเลสาป ประกอบด้วยเกาะแก่งต่างๆ เขาหินที่มีหน้าผาสูงชันสวยงาม เหมาะสำหรับนั่งเรือชมภูมิทัศน์เป็นอย่างยิ่ง
ที่ตั้งและการเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตู้ ปณ.15 ปท.ทองผาภูมิ อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี 71180
เบอร์โทรศัพท์ : 034-546802 , 034-532099, 061-313443 โทรสาร : 034-532099
การเดินทางโดยรถยนต์
- จากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
- เดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมหรือถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านจังหวัดนครปฐม-บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จนถึงอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเริ่มเดินทางต่อสู่อำเภอทองผาภูมิ ตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 323 จากอำเภอทองผาภูมิ แยกขวาขึ้นสู่ตัวอำเภอสังขละบุรี บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 39 - 40 จะเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
การเดินทางโดยรถไฟ
- การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถไฟเดินทางจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย วันละ 2 เที่ยว เที่ยวแรกเวลา 07.45 น. เที่ยวที่สองเวลา 13.45 น. แวะจอดที่สถานีรถไฟจังหวัดกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ท่ากิเลน สุดท้ายที่สถานีน้ำตก (บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อย) อัตราค่าโดยสารคนละ 39 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2411-3102 จากนั้นเดินทางต่อโดยใช้รถประจำทางสีส้ม และในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดนำเที่ยวไปกลับในวันเดียว อัตราค่าบริการตู้แอร์คนละ 200.- บาท พัดลมคนละ 100.- บาท รถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เวลา 06.30 น. และเดินทางกลับเวลา 14.00 น. รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 022-237010 , 022-256964 หรือ 034-561052
การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง
- เส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ชั้นหนึ่ง (ปอ.1) ของบริษัทกาญจนบุรีทัวร์ รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ทุกๆ 15 นาที ตั้งแต่เวลา 05.00-22.30 น. อัตราค่าโดยสารคนละ 79.- บาท หรือรถปรับอากาศชั้นสอง (ปอ.2) ออกทุกๆ 20 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสายใต้ใหม่ โทร. 024-351199, 028-846249 สำนักงานกาญจนบุรี โทร. 034-511552
แผนที่การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
