เกร็ดความรู้-วีซ่า(Visa)การขอวีซ่า
วีซ่า(Visa)

วีซ่า(Visa)ในที่นี้มาจากคำภาษาอังกฤษว่า “VISA” ซึ่ง หมายถึงหลักฐานการอนุญาตให้เข้าประเทศที่ทำเป็นรอยตราประทับ หรือเป็นแผ่นกระดาษสติกเกอร์ติด อยู่ในหนังสือเดินทาง โดยเป็นหลักการเดียวกันของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ได้ถือปฏิบัติว่า ก่อนที่คนของประเทศหนึ่งจะเดินทางเข้าไปอีกประเทศหนึ่ง ประเทศใด ก็จะต้องไปขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศจากกงสุลของประเทศที่จะเดินทางไปเสียก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก็จะได้รับการประทับตราวีซ่า หรือติดเป็นสติกเกอร์ที่เป็นวีซ่าให้ในหนังสือเดินทาง
ตามปกติโดยทั่วไปแล้วถึงแม้ว่าการเดินทางระหว่างประเทศ จะต้องขอวีซ่าสำหรับเดินทางเข้าประเทศนั้นๆ เสียก่อนก็ตาม แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางประเทศที่ได้ทำความตกลงไม่ต้องขอวีซ่าระหว่างกัน ก็ได้ หรือบางประเทศอาจยกเว้นโดย การอนุญาตให้คนบางสัญชาติเดินทางเข้าไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเลยก็ได้

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า
สำหรับบางประเทศนั้นประเทศไทยได้ทำข้อตกลง ยกเว้นวีซ่าให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย โดยสามารถเดินทางไปประเทศนั้น ๆ ได้โดยใช้เพียงพาสสปอร์ต ไม่ต้องขอวีซ่า แค่ไปประทับตราเป็นหลักฐานการเข้าประเทศ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น
พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน ไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา
- อาร์เจนตินา (Argentina)
- ออสเตรีย (Austria)
- เบลเยียม (Belgium)
- ภูฏาน (Bhutan)
- บราซิล (Brazil)
- ชิลี (Chile)
- คอสตาริกา (Costa Rica
- โครเอเชีย (Croatia)
- สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic)
- เยอรมนี (Germany)
- ฮังการี (Hungary)
- อินเดีย (India)
- อิสราเอล (Israel)
- อิตาลี (Italy)
- ญี่ปุ่น (Japan)
- สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea)
- ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)
- มาเลเซีย (Malaysia)
- เม็กซิโก (Mexico)
- เนเธอร์แลนด์ (The Netherlands)
- เนปาล (Nepal)
- ปานามา (Panama)
- เปรู (Peru)
- ฟิลิปปินส์ (The Philippines)
- โปแลนด์ (Poland)
- โรมาเนีย (Romania)
- รัสเซีย (Russian Federation)
- สิงคโปร์ (Singapore)
- แอฟริกาใต้ (South Africa)
- สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland : including Liechtenstein)
- ตูนีเซีย (Tunisia)
- ตุรกี (Turkey)
- ยูเครน (Ukraine)
- อุรุกวัย (Uruguay)
พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน ไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา
- สิงคโปร์
- อินโดนีเซีย
- จอร์แดน
- แอฟริกาใต้
- ศรีลังกา
พำนักได้ไม่เกิน 21 วัน ไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา
- ฟิลิปปินส์
พำนักได้ไม่เกิน 14 วัน ไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา
- บาห์เรน
- บรูไน
- อิหร่าน

สำหรับในส่วนของประเทศไทยนั้น เป็นลักษณะผสม 3 อย่าง คือ
ต้องขอวีซ่าจากต่างประเทศก่อนเดินทางเข้ามา โดยขอวีซ่าที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า VISA ON ARRIVAL ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองบางด่านหรือที่สนามบินนานาชาติในประเทศไทย บางกรณีมีการยกเว้นสำหรับคนที่มีสัญชาติของบางประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่าเลยก็สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ แต่ว่า พวกที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีวีซ่านี้ ก็จำกัดเพียงเฉพาะคนสัญชาติของประเทศที่มีความเจริญ และมีฐานะค่อนข้างดี ที่มีความประสงค์จะเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 30 วัน เท่านั้น
การตรวจลงตรา (วีซ่า) มีอยู่หลายประเภท บางประเภทจะออกให้สำหรับบุคคลที่ถือหนังสือเดินทางฑูต หรือหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น บางประเภทจะออกให้กับคนต่างด้าวทั่วไปที่ต้องการจะเข้ามาอยู่ในประเทศไทย เป็นการชั่วคราว และบางประเภทจะเป็นวีซ่าเกี่ยวกับผู้ที่จะเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งวีซ่าในแต่ละประเภทนี้ จะมีสิทธิแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของระยะเวลาที่จะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทยเป็น ระยะเวลายาวนานไม่เท่ากัน และค่าธรรมเนียมวีซ่าก็แตกต่างกันด้วย ดังต่อไปนี้
วีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการฑูต
(DIPLOMATIC VISA)
วีซ่าชนิดนี้จะออกให้สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางฑูต เพื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมวิธีการขอกระทำได้โดยการยื่นคำขอวีซ่าที่สถานฑูตหรือ สถานกงสุลไทยในต่างประเทศ แต่หากผู้ถือหนังสือเดินทางฑูตของประเทศนั้นเป็นประเทศที่มีความตกลงกับ ประเทศไทยว่าด้วย การยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกัน ก็จะสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่า คนต่างด้าวประเภทนี้เมื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรจะได้รับการอนุญาตให้ อยู่ต่อในขั้นต้น ณ ด่านตรวจ เป็นเวลา 90 วัน
วีซ่าสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นทางการ
(OFFICIAL VISA)
วีซ่าชนิดนี้ออกให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการเพื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม ซึ่งมีวิธีการขอวีซ่าหรือมีการยกเว้น ไม่ต้องมีวีซ่าสำหรับบางประเทศที่มีข้อตกลงระหว่างกัน ในทำนองเดียวกันกับวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการฑูต ผู้ถือวีซ่าชนิดนี้เมื่อเดินทางเข้ามาใน ราชอาณาจักรจะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 90 วัน ณ ด่านตรวจเช่นกัน
วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว
(NON-IMMIGRANT VISA)
วีซ่าชนิดนี้คนต่างชาติจะต้องไปยื่นคำขอที่สถานเอกอัครราชฑูต หรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ โดยต้องระบุแจ้งเหตุผลลงในแบบคำขอวีซ่าด้วยว่าต้องการจะเดินทางเข้าประเทศ ไทยด้วยความมุ่งหมายใด วีซ่าชนิดนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวชนิดเดียวเท่านั้น ที่สามารถใช้ยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานได้ และการจะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้นั้น ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าที่ขอเข้ามาในประเทศไทยว่า ต้องไม่ใช่ในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางผ่าน คนต่างด้าวผู้ใด ในปัจจุบันจะเป็นสติกเกอร์ติดลงไปในหนังสือเดินทาง แต่อาจมีกงสุลไทยบางแห่งซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ที่ยังใช้เป็น ตราประทับอยู่ แต่ก็ใช้ได้เหมือนกัน โดยสติกเกอร์หรือรอยตราประทับดังกล่าวจะมีข้อความระบุบอกว่าเป็นวีซ่าประเภท อะไร มีรหัสว่าอะไร เช่น ถ้าขอเพื่อไปทำงานในวีซ่าก็จะระบุว่า NON-IMMIGRANT VISA class B ถ้าขอเพื่อเข้ามาศึกษาก็จะเป็น class ED หรือถ้าเป็น O ก็หมายถึง OTHER คือพวกที่อยู่ใน (10) ดัง กล่าวข้างต้น และในวีซ่านั้นจะระบุกำหนดระยะเวลาให้ใช้วีซ่าว่าให้ใช้ตั้งแต่วันที่ออกให้ จนถึงเมื่อใด ระยะเวลาตรงนี้มีผู้เข้าใจผิดกันมาก โดยมักจะเข้าใจว่าเป็นระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่เช่นนั้น เพราะว่าระยะเวลาที่ระบุไว้นั้น เป็นเพียงกำหนดระยะเวลาที่ให้ใช้วีซ่าเดินทาง เข้าประเทศไทยเท่านั้นเอง และเมื่อเดินทางเข้าประเทศไทยในระหว่างเวลาที่กำหนดให้ใช้วีซ่า ก็จะได้รับการประทับตราอนุญาตให้อยู่ได้เป็นเวลา 90 วัน ณ ด่านตรวจ แม้ว่าจะเดินทางเข้าประเทศไทยในวันสุดท้ายของระยะเวลาให้ใช้วีซ่าที่ระบุไว้นั้นก็ตาม ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นกำหนดระยะเวลาการอนุญาตในขั้นต้นสำหรับวีซ่าประเภทนี้
นอกจากนั้นแล้ว หากเห็นว่ามีถ้อยคำเป็นภาษาอังกฤษว่า NO EXTENSION OF STAY (ไม่ อนุญาตให้อยู่ต่อ) ที่ปรากฏอยู่ในวีซ่า หากการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามวีซ่าที่ได้รับไว้ตั้งแต่แรกขณะที่เดินทางเข้ามาจะสิ้นสุดลง คนต่างด้าวนั้นก็มีสิทธิที่จะยื่นคำขออยู่ต่อได้ตามเหตุผล และความจำเป็นของตน ถ้าหากผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นว่า มีเหตุผล หรือความจำเป็นจริง ก็จะอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปได้ หรือหากว่าคนต่างด้าวผู้นั้นมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การอนุญาตให้อยู่ต่อของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่กำหนดไว้ ก็จะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ต่อได้
วีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว
(TOURIST VISA)
วีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว ต้องยื่นคำขอจากนอกประเทศไทยเช่นเดียวกับ NON-IMMIGRANT VISA เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทยจะได้รับอนุญาต ณ ด่านตรวจ ให้อยู่เป็นเวลา 60 วัน และขออยู่ต่อได้อีก 30 วัน (เฉพาะประเทศศรีลังกา บังคลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล อิหร่าน ไนจีเรีย โตโก ยูกันดา จะขอเลื่อนการเดินทางออกไปได้อีกเพียง 7 วัน ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) วีซ่าชนิดนี้สามารถขออยู่ต่อในระยะยาวได้เช่นกันหากมีความจำเป็น เพราะกฎหมายให้อำนาจอธิบดีกรมตำรวจ (ปัจจุบันคือ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้อยู่ต่อได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี เพียงแต่ว่าวีซ่าชนิดนี้ไม่สามารถ ใช้ขออนุญาตทำงานได้เท่านั้นเอง อนึ่ง คนต่างด้าวผู้ที่ถือ TOURIST VISA หากเขาต้องการจะขออนุญาตทำงานในประเทศไทย หรือเกรงว่าถ้าไม่มี NON-IMMIGRANT VISA ตามที่ได้รับคำบอกเล่าของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว จะไม่สามารถขออยู่ต่อระยะยาวได้ ก็มีสิทธิยื่นคำขอเปลี่ยนวีซ่าประเภทเป็น NON-IMMIGRANT VISA ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ว่าจะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทวีซ่าหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
วีซ่าประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร
(TRANSIT VISA)
วีซ่าสำหรับคนเดินทางผ่าน การยื่นคำขอวีซ่าชนิดนี้ก็เหมือนกับการขอ Tourist Visa ทุกประการ คงมีข้อต่างกันเฉพาะชื่อวีซ่า และเรื่องระยะเวลาการอนุญาตให้พำนัก อยู่ในประเทศไทยขณะเมื่อผ่านด่านตรวจ กับจำนวนเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าเท่านั้น วีซ่าชนิดนี้เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทย จะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่เป็นเวลา 30 วัน ณ ด่านตรวจ และสามารถยื่นคำขออยู่ต่อได้อีก 30 วัน (เฉพาะประเทศศรีลังกา บังคลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล อิหร่าน ไนจีเรีย โตโก ยูกันดา จะขอเลื่อนการเดินทางออกไปได้อีกเพียง 7 วัน เช่นเดียวกับพวกที่มี Tourist Visa) แต่ในกรณีจำเป็นก็อาจคำขออยู่ต่อได้ เช่นเดียวกับ Tourist Visa ดังได้กล่าวมาแล้ว วีซ่าชนิดนี้ไม่สามารถใช้ขอใบอนุญาตทำงานได้ แต่อาจขอเปลี่ยนเป็น NON-IMMIGRANT VISA เช่นเดียวกับ TOURIST VISA
วีซ่าประเภทคนเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา41
(IMMIGRANT VISA UNDER SECTION 41)
วีซ่าชนิดนี้เป็นวีซ่าสำหรับออกให้แก่คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยจากคณะกรรมการพิจารณาคนเข้า เมืองโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี แต่ความเป็นจริงในปัจจุบันไม่มีการออก วีซ่าชนิดนี้ เนื่องจากไม่มีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำขอเข้ามามีถิ่นที่อยู่ใน ประเทศไทยผ่านสถานฑูต หรือสถานกงสุลในต่างประเทศแต่อย่างใด คงมีแต่การเข้ามายื่นคำขอมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย เท่านั้น
วีซ่าประเภทคนเข้าเมืองนอกกำหนด ซึ่งจะเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี
(NON-QUOTA IMMIGRANT VISA)
วีซ่าชนิดนี้จะออกให้แก่ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว แต่ประสงค์จะเดินทางไปต่างประเทศ และจะกลับเข้ามามีถิ่นที่อยู่ตามเดิม ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น Re-Entry Visa ของผู้มีถิ่นที่อยู่ โดยทำเป็นตราประทับลงไปในหนังสือเดินทาง และต้องใช้คู่กันกับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ซึ่งต้องมีการสลักหลัง (Endorsement) ด้วยทุกครั้งที่เดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร ค่าธรรมเนียมของวีซ่าชนิดนี้เป็นเงินจำนวน 1,900 บาท สำหรับการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร 1 ครั้ง และจำนวน 3,800 บาท สำหรับการเดินทางกลับเข้ามาหลายครั้ง โดยจะมีกำหนดอายุการใช้ตามอายุของสลักหลังในใบสำคัญถิ่นที่อยู่
วีซ่าประเภทอัธยาศัยไมตรี
(COURTESY VISA)
วีซ่าชนิดนี้เป็นวีซ่าที่ออกให้แก่ผู้ที่ถือหนังสือทางราชการ เพื่อจะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม
ข้อแตกต่างระหว่างวีซ่ากับ พาสปอร์ต(Passport)
Visa คือหนังสือเบิกทางสำหรับประเทศที่เขามีข้อกำหนดว่า หากคุณไม่มีใบเบิกทางดังกล่าว ก็คือ ถ้าคุณมีคุณสมบัติที่ไม่ครบ เช่น การเงินไม่ดี การงานไม่มั่นคง เขาก็จะไม่ให้ใบเบิกทางคุณเข้าประเทศเขา สำหรับประเทศที่ต้องขอวีซ่าคือ ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลียเป็นต้น ส่วนพาสปอร์ต ก็เหมือนบัตรประชาชนนั่นแหล่ะ การที่คุณจะไปต่างประเทศไม่ว่าจะไปประเทศที่มีวีซ่าหรือไม่ แต่พาสปอร์ต(Passport)จะต้องมีครับ เช่น ไปมาเลเซีย สิงคโปร์ฮ่องกง มีแค่พาสปอร์ตก็เดินทางได้แล้ว เขาจะประทับตราว่าคุณเข้าออก จากเมืองไทยวันไหน โดยสายการบินใดเป็นต้น.
- หนังสือเดินทางประเภทต่างๆของประเทศไทย
- ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ สถานทูต สถานกงสุล สถานเอกอัคราชฑูตในประเทศไทย

หน้าตาวีซ่าของเวียดนาม
ส่วนถ้าใครต้องการความสะดวก เดี๋ยวนี้มีบริการรับทำวีซ่าหลากหลายเจ้าให้เลือก ส่วนราคาการรับทำวีซ่า ขึ้นอยู่กับประเทศที่ต้องการไปของลูกค้าเป็นหลัก
ที่มาข้อมูล thaijaidee.com , vacationzone.co.th

April 26th, 2010 on 1:24 am
ต้องการเดินไปเบอร์มิวด้าต้องขอวีซ่าหรือเปล่าค่ะ
April 26th, 2010 on 1:26 am
ใครพอจะทราบบางค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
May 12th, 2010 on 11:12 pm
จะเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวแฟนที่อิสราเอลประมาณหนึ่งอาทิตย์ในฐานะนักท่องเที่ยวต้องขอวีซ่ารึป่าว